แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.




สนใจลงโฆษณาคลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด หรือโทร. 089-8170357 จิ๊ด

Messages - kong25

หน้า: [1] 2
2
ใช้รถ vigo รุ่นแรก แต่เดิมศูนย์ใช้น้ำมันเครื่องธรรมดา (ของ Esso) ที่ใช้ดูก็เห็นว่าใช้ดีนะ
ต่อมาเป็น กึ่งสังเคราะห์ โดยทั่วไปคงรู้สึกกันว่าลื่นขึ้น แต่สังเกตก็รู้สึกว่ามันใสไป

หลังจากที่รถใช้เกิน 8 ปี ระยะทางกว่า 2 แสน กม. ก็ได้ซื้ออะไหล่พวกลูกรอกจากร้านมาเปลี่ยน ลูกรอกสายพานหน้าเครื่องเริ่มหลวมละ หลังเปลี่ยนทำให้เงียบขึ้น
แต่ลูกรอกของสายพานเครื่องเช็คแล้วของเดิมยังดีจึงไม่ได้เปลี่ยน เอาอะไหล่ไปคืน ร้านให้เอาของแทน ได้เอาน้ำมัน BP visco 3000 15w40 semi (น้ำมันรุ่นนี้เขาว่าเขาว่าเหมาะกับรถรุ่นเก่า ถ้าใช้กับรถคอมมอนเรล จะอืด วิ่งไม่ออก)

จากที่คิดว่าน้ำมัน 10W30 ใสมากไป จึงเติม bp visco 15W40 เพิ่มไปหน่อย ประมาณ 100 cc โดยจะเติมของศูนย์ 10W30 1 แกลลอน 6 ลิตร แล้วเติม bp เพิ่มไปหน่อย
เติมมาสามครั้งละมั้ง ก็ใช้ดี เครื่องเงียบนะ
ซื้อมา 1 แกลลอน + 1 ลิตร เติมทีละน้อย ยังมีเหลือไว้เติมอีกเยอะ
*น้ำมันเครื่อง Toyota ของศูนย์ เป็น Esso (เป็นกลุ่มเดียวกับ Mobil) แต่ผลิตมาสำหรับรถ Toyota โดยเฉพาะ
**เมื่อเอา ยี่ห้อ BP ผสมไป ก็ไม่พบอาการผิดปกนะ (แต่ละครั้งจะเติมไปนิดเดียว)
***น้ำมัน BP ปัจจุบันเป็นกลุ่มยี่ห้อเดียวกับ Castrol

3
ตามที่ชอบเลย
ส่วนตัวชอบของติดรถ (รุ่นธรรมดา ไม่ใช่ 4wd)
รุ่นแรกๆ ขอบ 15 ก็ถูกใจ ; ขอบ 16 ก็ชอบ

4
1.ลองเข้าศูนย์ ให้เขาทำให้

2. ไปหาคนหรือร้านที่รับพ่วงกล่อง ปลดล็อคความเร็ว

5
อาจเป็นที่ฟลายวีลก็ได้ ไม่แน่ใจ
การใช้วีโก้ เกียร์ธรรมดา น่าจะมาจากการเบรกเร็วกะทันหัน จังหวะนั้นรอบเครื่องยังไม่ตก
(ถ้าได้ยกคันเร่งก่อนเบรกหน่อย จะปกติไม่เป็นไร)
เมื่อเครื่องยังรอบสูงทำให้เครื่องฝืนกับเกียร์+คลัช ถ้าเหยียบคลัชช่วยจะตัดการฝืนนี้ (ให้เบรกทำงานได้เต็มที่)
ส่วนตัวใช้มาทำแบบนี้ 10 ปีกว่า 2 แสนกว่า กม.  คลัชยัง OK นะ (เปลี่ยนปั้มคลัชบนประมาณ 160000 กม.)

6
เปลี่ยนกรอง พบมีเศษสีดำ ไหลออกจากกรองเดิม
และล้างก้นถ้วยกรอง มีเศษสีดำปนออกมา

7
รถวีโก้ดีเซล มีรูปถังเชื่อเพลิงโชว์ที่หน้าปัดตลอด
เมื่อโทรสอบถามการเปลี่ยนกรองดีเซลที่ศูนย์
ทราบว่า ช่วงนี้รถมีปัญหากันมาก แม้แต่รถออกใหม่ไม่นานก็เป็นกัน
จนกรองดีเซลที่ศูนย์บริการหมดสต็อค ของขาด ผลิตไม่ทัน
คนใช้รถรับกรรม
ไม่ทราบว่า มีการแจ้งปัญหาคุณภาพน้ำมัน ที่ผลิตขายในช่วงนี้หรือไม่
จะมีการพิจารณาปัญหาคุณภาพน้ำมันหรือไม่
ช่วงนี้มีการบังคับผู้ผลิตให้เพิ่มปริมาณไบโอหรือเปล่า
แม้จะใช้ดีเซลพลัส ซึ่งแพงกว่า ทำไมยังมีปัญหานี้ (ไฟโชว์)
- See more at: http://phithan-toyota.com/forums/index.php/topic,35777.0.html#sthash.4XNTaTZT.dpuf

8
ยี่ห้อที่พอรู้จักและเห็นว่าน่าใช้ ได้แก่
- KYB ของศูนย์ก็คงมียี่ห้อนี้เป็นหลัก
- Profender

*อาจลองเอาของรุ่น รีโว ไปใช้ (ไม่แน่ใจว่าใส่ได้หรือไม่) เท่าที่ทราบมาเขาทำมาดีขึ้น
*ปกติโช๊คหลังใส่ข้ามรุ่นกันได้ : เคยเอา KYB รุ่นที่น่าจะเป็นของไทเกอร์ 4wd มาใช้กะวีโก้ธรรมดาก็ใช้ดีนะ หนึบ+ไม่แข็งกระด้าง

9
ต้องรอเซล มาตอบ...
โดยส่วนตัว ถ้าฟลุ๊คเงินรางวัล กะจะซื้อ 4wd มือ 2 เก็บไว้อีกคัน
เนื่องจากรู้วิธีการดูแล แล้ว

10
ถ้ารถยังไม่เคยขายให้ใคร (ไม่ใช่มือสอง) ใช้งานได้ปกติ คงไม่มีปัญหาอะไร
สบายใจได้
รถตกรุ่นซึ่งได้ส่วนลดเยอะ โดยรวมแล้วน่าสนใจมากทีเดียว


11
อาจลองตามขั้นตอนดังนี้
1. เลือกเติมน้ำมันเปลี่ยนยี่ห้อ (อาจลองใช้ esso + หัวเชื้อ สัก 2 ถัง) เปรียบเทียบกัน
2. ล้าง CAT+ หม้อพักท่อไอเสีย
3. ล้าง ท่อไอดี, EGR
4. ล้าง SCV ที่ปั้มเชื้อเพลิง

12
ถ้าซื้อที่ศูนย์ คงราคาไม่ต่างกันนัก บางที่อาจมีส่วนลดให้
แต่ถ้าต้องการโช๊คยี่ห้ออื่น ควรถามตัวแทนแต่ละที่ ที่สะดวก

13
ปกติ ท่อทางออกไอเสีย รถทุกรุ่นทุกคัน จะเป็นสนิมแบบนี้แหละ

14
- ปกติพวงมาลัยสามก้าน มีคนบอกว่ารถลุยสามก้านเหมาะกว่า สี่ก้านคงไปเปลี่ยนภายหลังมั้ง รุ่นใหม่ไม่แน่ใจ
- พรีรันเนอร์ กับ 4x4 เท่าที่รู้ตัวเดียวกัน นอกจากเกียร์ขับสี่ อย่างอื่นส่วนใหญ่คาดว่าเหมือนกัน
- การดูว่าเป็นพรีรันเนอร์มาจากโรงงาน หรือไม่ คงต้องดูจากคู่มือรถละมั้ง
   ภายนอกก็ดูจำนวนนัตล้อ (5/6), เทียบขนาดปีกนก, แหนบเหนือเพลา
- วีโก้เครื่องยนต์ ไม่ค่อยมีปัญหาจุกจิก โดยภาพรวมถือว่าทนทานกว่ายี่ห้ออื่น

15
ใช้ของศูนย์ ก็ดี
castrol ก็พบมีคนใช้ บอกว่าดีนะ สำคัญอย่าเป็นน้ำมันปลอม

16
น่าลองประกวดดูครับ เช็คกติกาดู
เชื่อว่าพวกรถส่งของ วิ่งเยอะ คงไปเกินล้าน อะครับ

17
ของร้านทั่วไปน่าสนใจกว่ามั้ง มีหลายรุ่น หลายยี่ห้อ
อาจลองถอดไปให้ร้านซ่อมเช็ค

18
รุ่น 3.0 เป็น VN Turbo หมดแหละ
เท่าที่ติดตามการใช้งานเทียบกันโดยรวม สรุปได้ว่าทนกว่ายี่ห้ออื่นๆ

จะมีประเด็นที่ความพอใจสมรรถนะช่วงล่าง อาจแวะร้านดีๆ เปลี่ยนโช๊คหลังให้ถูกใจก็พอ (หาข้อมูลในเน็ตก็ได้)

19
ลองไล่ตรวจดูเองได้ไหม
ปกติไม่น่ามีไรดัง

แนะนำไปศูนย์อื่น รวมทั้งลองขับรถ Test drive เทียบกัน

20
น้ำหนักท้ายมากขึ้น พวงมาลัยเบาเป็นเรื่องธรรมดา
น่าจะแก้ที่ท้ายให้รับน้ำหนักได้ดีขึ้น โดยการ เสริมแหนบ

+ หากต้องการเปลี่ยนโช๊คที่รับน้ำหนักได้มากขึ้น ที่ไม่แพงนัก ได้แก่ KYB super red, ถ้าโช๊คแก๊ส ได้แก่ Profender แกนใหญ่ กระบอกโต

...
รถหนักขึ้น ไม่ควรขับเร็ว *รถบรรทุกหนักเขามักจำกัดความเร็วด้วยซ้ำ 80 km/h*
เมื่อบรรทุกหนัก แล้วจะขับเหมือนรถไม่บรรทุกหนัก ก็พอได้ แต่ถือว่าไม่ได้มาตรฐานการขับที่ปลอดภัย

21
เข้าใจว่าเกิดจาก การเผาไหม้ไม่ทัน หรือ มีเขม่าสะสมในท่อ (รถที่ไม่ค่อยอัดคันเร่ง มานาน จะเป็นได้)
โดยรวม จะเกิดอาการนี้ได้บ้าง *ปกติ*
+เคยเจอหลายครั้ง ยี่ห้ออื่น เร่งเครื่อง ระเบิดควันออกมา ฟุ้งเต็มถนน

22
น่าจะได้ แต่คงยุ่งยากหน่อย เจาะด้วยมั้ง
ควรใช้แบบเดิมดีกว่า ไม่เกะกะ ดึงแค่ระดับหลังคาก็พอแล้ว (ไม่ดึงก็ได้)
...ส่วนตัว ไม่ค่อยใช้ สนิมจับ จนดึงไม่ได้แล้ว แต่ยังใช้รับคลื่นสถานีได้ดี
*ไม่ค่อยใช้ เพราะเปลี่ยนวิทยุเทปมาเป็น cd แล้ว ฟัง mp3 ตลอด*

23
ควรเอารถเข้าเช็คที่ศูนย์เพื่อเช็ค
เป็นได้หลายอย่าง ส่วนใหญ่น่าจะเป็นเพราะมีคราบสกปรกจากไขที่ปนในน้ำมันไปอุดตันที่ปั้มน้ำมัน

24
รถกี่ปีครับ ถ้ายังไม่เคยเปลี่ยน ยาง และโช๊ค ถือว่าใช้คุ้มมากเลย
โช๊ค ถ้าจะเปลี่ยนก็ดี แสนโลคุ้มแล้วละ แต่ถ้ายังพอใจ อาจรอจนเช็คว่ามันเสียก็ได้
โช๊คที่เสีย หรือเสื่อมสภาพมีดังนี้
- รั่ว จะเห็นว่าน้ำมันรั่วซึม ชัดเจน
- แก๊ส ระเหยออกไป อันนี้ดูไม่ค่อยออก อาจสังเกตว่ารถมีอาการรถ ดึง/ไถล ซ้าย ขวา เมื่อเบรกหรือทางขรุขระ
  หรือถอดออกมา กด ดู โช๊คแก๊ส ปกติจะมีการคืนตัว ถ้าแก๊สไม่มีจะไม่คืนยืดตัว ต้องดึงยืดเอง
...
ลองดูว่า เขาบอกว่าเป็นโช๊ค ยี่ห้ออะไรครับ
ยี่ห้อที่ดี ลองหาดูเว็บ บริษัทผู้ผลิต ที่มีมาตรฐานก็ได้แก่ KYB, Tokico, Gabrial, Monro,
Westcoast, Procom, Bilstein, Tein
ของไทยที่ส่งออก ตปท.เขายอมรับ คือ Profender
ยี่ห้ออื่น เช่น Amada, PM9, Aztech ...

อาจเทียบราคา กับของศูนย์

และลองบอกยี่ห้อ-รุ่นโช๊ค ให้ สมาชิกแนะนำก็ดี
หลายท่าน อาจเคยใช้ จะแนะนำได้ว่า โช๊ค รุ่นไหนใช้ดี นุ่ม+หนึบ
ยางที่ว่ามา ก็เคยใช้ นุ่มดี เกาะโค้งดี (กรณีทางแห้ง สำหรับการขับเร็วกว่าค่อนข้างเร็ว +)
ถ้าฝนตกทางเปียก ควรผ่อนความเร็วลงหน่อย (ถ้าขับแบบทั่วไป ไม่ถึงกับแย่)

รถผม โช๊คหน้าเปลี่ยนที่ แสน กม.
โช๊คหลัง เปลี่ยนประมาณ 5 หมื่น กม. ปัจจุบัน โช๊คหลังใส่ของ Profender ยังพอใจอยู่

25
ตอนนี้เล็งๆ ว่าจะเปลี่ยน ลูกปืนไดชาร์ท ลูกรอกสายพาน ไว้ อีกสักหน่อย คงสั่งเปลี่ยนเลย

รวมทั้งลูกรอกแถวในเครื่องด้วย ที่ใช้กับสายพานราวลิ้น ไม่รู้มีกี่ตัว
(ถ้ามีตัวเดียวก็ได้เปลี่ยนแล้วตอน 150000 กม. แต่ถ้ามีตัวอื่นอีก คราวหน้าจะสั่งเปลี่ยนด้วย)

26
สนับสนุนให้ปักหมุด กะทู้นี้ ด้วยครับ

27
4336 บาท ครับ
ไม่ได้เป็นการเช็คระยะ เนื่องจากพ้นประกันแล้ว รถใช้มา 9 ปีกว่าละ
โดยผมกำหนดให้เขาทำ ดังนี้
- เช็คทำความสะอาด หล่อลื่นกลไกเบรก อันนี้ค่าแรงประมาณ 600
- เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง+กรอง, น้ำมันเกียร์ เฟืองท้าย
...
ถ้าเช็คระยะ จะมีค่าแรง ประมาณ 1200 มั้ง
แต่ถ้าสั่งทำตามรายการที่แจ้ง จะจ่ายน้อยกว่า ค่าแรงรวมกันแล้วไม่ถึงพัน

28
เพิ่งไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เกียร์ เฟืองท้าย ที่ 2 แสน กม. (ใช้มา 9 ปีกว่า-รถรุ่นแรกเลย 3.0 cab)
คิดจะเปลี่ยน ลูกรอกสายพาน ตอนแรก เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องสั่งและมัดจำก่อน พอทำจริง บอกว่า ถ้าไม่มีไรผิดปกติ ไม่ต้องเปลี่ยน ปกติไม่ค่อยได้เปลี่ยนกัน เลยยังไม่ได้สั่งอะไหล่
ไม่รู้ต้องเปลี่ยนเมื่อไรดี รวมถึงลูกปืน คอมแอร์ ไดชาร์จ คิดว่าอีกหน่อย กะจะเปลี่ยนละ

ตอนเข้าไปไมล์ที่ 199955 กม. (ระยะจริงได้เยอะกว่านี้ เพราะใส่ยางใหญ่กว่าเดิม)
เช้านี้ขึ้น 2 แสนละ

29
ใส่แล้ว เป็นไงบ้าง เหมือนเดิม ... หรือดีขึ้น (นุ่ม หนึบ นิ่ง)
+++ลองปรับลงยางให้พอดีดูด้วย+++
...
ของผมรถรุ่นแรก โช๊คหน้า ติดรถใช้ 100000 กม.
โช๊คหลัง ชุดแรก เปลี่ยนที่ประมาณ 5 หมื่น กม. (ไม่ใช้ของศูนย์ ทั้งหน้า-หลัง)
จนปัจจุบันเกือบ 200000 กม. ละ เปลี่ยนโช๊คหลังมาสี่-ห้าชุดแล้ว (ชุดสี่ยังดี แต่ลองชุดห้า ยี่ห้ออื่น)


30
ด้านหลัง มั่นใจว่าได้แน่นอน
ด้านหน้า ก็เช่นกัน (95% คาดว่าได้ครับ) คือรูปร่าง และขนาด น่าจะเหมือนกัน
แต่การ set อาจจะเปลี่ยนแปลงให้ใช้งานได้ดีมากขึ้น
(ของรุ่นเดิม โช๊คหน้าจะนุ่มไปหน่อย โค้งแรงจะเหวี่ยง ทางตรง นุ่ม หนึบ นิ่งดี
ส่วนโช๊คหลัง ของเดิม รีบาวไม่ค่อยดี ทำให้นุ่มแป๊บเดียว ขับไปหน่อยจะกระด้าง และเต้น)


31
ลมยางที่เหมาะสม ควรทำให้นุ่มถูกใจหรือยอมรับได้ แล้วยังเกาะถนนได้ดีด้วย แล้วไม่อ่อนเกินไป จนทำให้รถอืดมากหรือหากอ่อนมากอาจทำให้ยางเสียหายได้

จากที่บอกมา ควรลองลดลมยางดูสักหน่อย
อาจเริ่มจากด้านหลัง เหลือสัก 40 เช่น หน้า 38 - หลัง 40
หลังจากนั้นอาจปรับ จนถูกใจ เช่น (หน้า-หลัง)38-38, 36-36, 35-35, 34-34, 33-33, 32-32
ไม่ควรน้อยกว่า 30 แล้วละ

ลมยาง เกี่ยวข้องกับยางที่ใช้ เช่น
ยางแก้มเตี้ย ลมยางเท่ากัน จะแข็งกระด้างกว่า
ยางที่มีชั้นลวดรับแรงมาก ลมยางเท่ากันจะแข็งกระด้างกว่า
ยางเก่ามากขึ้นยางมักจะแข็งมากขึ้น ลมเท่ากันจะกระด้างกว่า
นอกจากนี้ยังมีผลจากเนื้อยางด้วย ซึ่งมีความอ่อนแข็งต่างกันในยางแต่ละรุ่น/ยี่ห้อ

32
โตโยต้าปัจจุบัน หลายๆ รุ่น น่าใช้หมด ส่วนตัวคิดว่าคุ้ม ถ้าซื้อรุ่นที่มีออพชั่นเป็นที่พอใจ
เครื่อง 3.0 ก็นับเป็นรุ่นที่มีชื่อเสียงโดดเด่น ด้านสมรรถนะ ความทนทานและประหยัดน้ำมันมาก

33
ปกติการรับประกัน ตามคู่มือรถ จะไม่รวมยาง เนื่องจากเป็นชิ้นส่วนที่สึกหรอ
(เว้นแต่ว่าชิ้นส่วนรถอื่นๆ จะทำให้ยางชำรุด เช่น มีชิ้นส่วนหลุดไปเสียดสีกับยาง เนื่องจากประกอบมาไม่ดีเป็นต้น)

 ปกติยางมักชำรุดจากสภาพการใช้งาน เช่น ขับออกจากศูนย์ แค่ 10 เมตร ไปทับตะปู จนยางแตก ก็ควรที่จะรับผิดชอบโดยผู้ใช้รถเอง

แต่ถ้าดูแล้ว ยางผลิตมาไม่ดี เช่น บวม ปริ แต่แรกเลย ก็น่าจะเคลมได้ (โดยเคลมกับตัวแทนบริษัทยาง หรืออาจเคลมผ่านทางศูนย์รถ)



34
1. หลังคา ตามความชอบ
2. กันโคลง ไม่จำเป็น ถ้าไม่มีปัญหาโคลง จนทนไม่ไหว จากการใช้งานปกติ
3. กล้องหลัง น่าจะถามที่ร้านได้

35
น่าใช้ทั้งคู่แหละ
ตัวธรรมดา ก็เพียงพอ (น่าจะแทบทุกสถานการณ์) กรณีที่ท่วมไม่สูงนัก
รุ่นพรี ก็ลุยน้ำได้มากขึ้น พอๆ กะ 4WD แต่ขับเคลื่อนได้ 2 ล้อ
รุ่นพรี ที่มีเพิ่ม จากธรรมดา น่าจะสรุปได้ดังนี้ (ผิดพลาดอะไรรอผู้รู้มาตอบเพิ่มละกัน)
- อุปกรณ์ ชิ้นส่วน ช่วงล่างเหมือน 4 WD (ชิ้นใหญ่ บึกกว่า) น่าจะลุยทางกันดารได้ดีกว่า รุ่นธรรมดา
- ล้อ + ยาง ใหญ่ขึ้น มีราคาแพงขึ้น (เมื่อเปลี่ยนยาง จะแพงกว่า) เมื่อยางกว้างกว่าโดยรวมจะขับหนึบกว่า
  แต่เมื่อฝนตก หรือมีน้ำขัง ยางหน้ากว้างจะรีดน้ำด้อยกว่ายางที่แคบ (ลักษณะดอกยางก็มีผลด้วย)

+ เกียร์ ออโต ก็น่าใช้ ขับสบายมากขึ้น

สรุป ธรรมดาก็ดีไม่น้อย หากต้องการเพิ่มเป็นพรี รวมทั้ง ออโต ก็ตามความพอใจละครับ
* เกียร์ออโต (โดยเฉพาะของปิกอัพโตโยต้า) มีบางท่านบอกว่ามีข้อดีคือ ทนทาน  ไม่ต้องกังวลการซ่อมเปลี่ยนแผ่นคลัช ปั้มคลัช เหมือนเกียร์ธรรมดา
  - ลองค้นดูเพิ่มเติมในเว็บ 2.7 vvt-i Auto 4WD


39
เพิ่มเติม รถผมรุ่นแรก Cab มีLiner+เพิ่มยางรองกระบะอีกชั้น
ใส่ยาง 225/70/15 ลมยาง 32
แหนบใส่ของปัจจุบัน โช๊ค Profender (ของ Vigo 4WD)
- - - ขับทางใกล้ ทางไกล ทางปูน ทางกันดาร ขับช้า ขับเร็ว ผมว่านุ่ม ดี
 เมื่อเทียบกับรถบัสผมว่ามันนุ่มกว่าอีก
จะนุ่มกว่าเก๋งบางรุ่น ด้วยซ้ำ (ความหนึบ ก็ OK โดยเฉพาะเมื่อใช้ยางที่ลงตัว)
coolly_0005

40
รุ่นใหม่ ปรับปรุงมาดีกว่าเดิมแล้ว น่าจะถือว่าค่อนข้าง Perfect
เท่าที่ดู มีการปรับปรุงตั้งแต่ minor change มาเรื่อยๆ แล้ว เช่น
1.แหนบ : รุ่นหลังๆ นุ่มกว่ารุ่นแรก ยกเทียบกันจะเบากว่า ทำให้ราคาถูกลงกว่าเดิมด้วย รุ่นแรกราคาข้างละ ประมาณ 3500 รุ่นปัจจุบัน ราคาประมาณ 2500
2.โช๊ค : รุ่นหลังๆ นุ่มหนึบกว่ารุ่นแรก รุ่นแรก ใช้ไปสักพัก นิ่มแค่ 20 เมตร แล้วจะกระด้าง + เต้น เมื่อผ่านทางขรุขระ
3.ระดับท้าย รุ่นแรก ท้ายโด่งแข็งไปหน่อย ทำให้ท้ายกวาดได้ง่ายกว่า รุ่นหลังๆ ท้ายนุ่มกว่าจะหนึบกว่า
3.ฝาปิดถังน้ำมัน : รุ่นแรก มีหยดน้ำเกาะได้มาก เมื่อฉีดล้าง ต้องคอยเช็ด รุ่นหลังป้องกันได้ดีขึ้น แต่ก็ควรเช็ดให้แห้งและสะอาดโดยเฉพาะก่อนไปเติมน้ำมัน
4.กลิ่นฉุนจากแอร์ ไม่ค่อยมี รุ่นแรก งมหาสาเหตุ กันนาน (http://www.vigothaiclub.com/topic/7600)
...
สำหรับรุ่นแรก พวกขับ4 ไม่ค่อยมีปัญหานัก เพราะยางใหญ่ ขับแล้วนิ่งหนึบไม่กระดางนัก
จะมีปัญหากับรุ่นขับ2 (เตี้ย)
รุ่นแรก ถ้าต้องการให้ปรับปรุงให้ Perfect ซึ่งน่าจะค้นพบแนวทางกันมากแล้วก็มีดังนี้
* แหนบ (รุ่นแคปหรือ4ประตู)
    - แหนบเดิมรองแหนบบนสุด 1 แผ่น จะไม่ดีด ไม่กระด้าง
    - หรือเปลี่ยนใส่แหนบรุ่นปัจจุบัน ก็นุ่มนิ่งดี (รุ่นแคปกับ 4 ประตู ใช้เบอร์เดียวกัน)
    - แหนบรุ่น TRD คงนุ่มหนึบดี มียางรองกันกระแทกด้วย (แพง-ยังไม่เคยลอง)
*โช๊ค
    - ใช้ของ รุ่นปัจจุบัน น่าจะดี (ไม่เคยลอง) โดยเฉพาะ KYB
    - ใช้ของ KYB คล้ายๆ รุ่นของ ไทเกอร์ 4WD หนึบ ไม่กระด้าง ช้าๆไม่นิ่มนัก ยิ่งเร็วจะนิ่ม รูดถนนปูนได้ดี
    - ใช้ Profender ใส่ของ Vigo 4WD นิ่ม หนึบ OK (ปัจจุบันใส่อยู่คู่กับแหนบของรุ่นใหม่ ก่อนนี้ใส่คู่กับแหนบเดิมรอง 1 แผ่น)
    - ใช้ Profender ใส่ของ Vigo 2WD  Comfort ยังไม่เคยลอง แต่อ่านเจอมาว่าพวกขับ4 หรือพรี ใช้แล้วถูกใจ
*ยาง
   - รุ่นแรก ขอบ 15 มียาง SUV ที่น่าใช้หลายยี่ห้อ ขนาดที่ลงตัวคือ 225/70R15 เช่น Nitto, Yokohama, BF, Michelin, Dunlop
  - รุ่นปัจจุบัน ขอบ 16 พวกรุ่นแรกบอกว่าใส่ size นี้รถวิ่งดีกว่า มียางดีๆ เหมือนกัน แต่น่าจะแพงกว่า เช่น Dunlop PT

สรุป รุ่นปัจจุบัน ทุกส่วนแทบไม่ต้องค้นหา ต่างกับรุ่นแรกๆ
หากอยากค้นหา แค่หายางที่ถูกใจ โช๊คอาจลองตามยี่ห้อและรุ่นข้างบน
 

41
ส่วนใหญ่มักเป็นเพราะซีลเสื่อมสภาพจากการใช้งานมานาน  ใช้งานในทางกันดาร การแก้ไขโดยเปลี่ยนซีลใหม่ (ควรนำรถซ่อมที่ศูนญ์บริการ) ++อาจมีอาการจากแบริ่งชำรุดด้วย++

รถที่ใช้งานในทางไม่กันดารนัก ทางเรียบๆ คงใช้งานได้นานกว่า รถที่ลุยทางขรุขระบ่อยๆ


42
ซื้อรุ่นแรก ตอนนั้นสนใจเทคโนโลยีดีเซล D4D ซึ่งก็ OK ใช้ดี ทนทาน ประหยัดน้ำมัน สมรรถนะดีมาก
+ อยากมีรถดีเซลสักคันเผื่อใช้กะไบโอดีเซล แต่ภายหลังได้ผลสรุปแล้ว ไม่เหมาะกะไบโอดีเซล มันเหมาะกะเพียวดีเซลมากกว่า เสียดายไม่มีใช้แล้ว ***ยังอยากให้มีดีเซลล้วนหรือ B2 กลับมาขาย***

43
ส่วนตัวใช้วีโก้รุ่นแรก ติด LockTech สำหรับล็อคเบรค คลัช (มียี่ห้ออื่นด้วย)
*ตอนเอาไปติดล็อค อย่าให้ช่างถือกุญแจรถเรา
*เมื่อนำรถเข้าเช็คระยะหรือซ่อม ก็เอากุญแจชุดล็อคแยกออกมาเก็บไว้

(อาจติดตั้ง สวิตลับ ตัดสตาร์ท ไว้ด้วย ลองหาข้อมูลซื้อขายตามเว็บต่างๆ)


44
ลองหาข้อมูลจาก " reset ecu เกียร์ "
http://www.weekendhobby.com/offroad/toyota2700club/Question.asp?ID=2213

หรือลองใช้วิธี Reset Gear Auto ตามนี้ี้ดูครับ
1) ดับเครื่องบิดสวิทช์ไปที่ off(หากเดินเครื่องอยู่)
2) บิดสวิทช์ไปที่ on ไม่ต้องสตาร์ท รอประมาณ 6 วินาทีให้ไฟหน้าปัทม์ที่กระพริบอยู่หยุดทุกตัว
3) เหยียบคันเร่งให้สุด 1 ครั้ง แล้วเหยียบเบรค 1 ครั้ง
4) สตาร์ทรถ แล้วเหยียบคันเร่ง เพื่อเร่งเครื่องให้ถึง 3000 รอบ แล้วผ่อนคันเร่ง
5) ดับเครื่อง และดึงกุญแจออก
6) สตาร์ทรถ และลองขับยาวดูความรู้สึก

**หากไม่ได้ผล ควรนำรถเข้าตรวจสอบ ที่ศูนย์บริการ**


45
ถ้าเป็น 2 wd ก็แค่ไปสั่งให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง + ไส้กรอง แล้วศูนย์จะเช็คอื่นๆให้
อาจแจ้งให้เขาดำเนินการเพิ่มดังนี้ (ขึ้นกับลักษณะการใช้งาน หนักมาก/น้อยแค่ไหน)
- เช็คทำความสะอาดเบรก (ทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี)
- สลับยาง (ทุก 10000 - 20000 กม.)
กรองอากาศ เปลี่ยนตามสภาพ (ของผมเปลี่ยนทุก 60000 - 120000 - 180000)
แนะนำให้ทำที่ศูนย์
ข้อดี เครื่องมือพร้อม น้ำมันเครื่องและอะไหล่ มั่นใจในคุณภาพได้ (รับประกันงานซ่อมและอะไหล่ที่ใช้ด้วย)
แต่มีข้อด้อย คือ อาจรอคิวนาน (โดยเฉพาะวันเสาร์) และค่าแรงจะแพงหน่อย


46
ยางสูงและกว้างกว่าเดิมพอสมควร รถรุ่นธรรมดาน่าจะมีปัญหาล้อหน้าติดซุ้มล้อ โดยเฉพาะเมื่อเลี้ยว
คงต้องใช้โช๊คยกที่ล้อหน้า ส่วนล้อหลังก็เสริมแหนบ ซึ่งจะทำให้สูงขึ้น (เสริมแหนบก็จะนุ่มขึ้นด้วย)
ถ้ารถสูงอยู่แล้ว คงไม่มีปัญหาไร

ยางที่มีขายรุ่นนี้น่าจะนุ่ม เงียบกว่าติดรถเดิม ทางแห้งเกาะถนนกว่าแน่นอน
ทางเปียก อาจเหินน้ำได้ง่ายกว่าเนื่องจากหน้ากว้างขึ้นมาก - - -เมื่อฝนตกควรขับช้าลงกว่าเดิม แต่ถ้าดอกยางรีดน้ำดีก็คงช่วยได้บ้าง

47
Hobby & Relax / มีดี - เป็นไปได้
« เมื่อ: 26 มีนาคม, 2013, 11:16:16 AM »
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk5ESTJNelE1TVE9PQ==&subcatid=

โครงสร้างรถ อาจมีส่วนช่วยบ้าง
จังหวะที่โดนชน อาจลงตัวที่ทำให้ปลอดภัย + รถไหลไปตามรางด้วย ทำให้ลดแรงกระแทก
***อย่างไรก็ตาม กรณีนี้สุดยอดมาก***

48
ขาย
1. ท่อแทน CAT (ของใหม่ 2500)

2. ท่อนหม้อพัก (ท่อสูตร) Nitto
http://www.nitto-headerturbo.com/ท่อไอเสีย-ชุดคิท-Kits-Set/Nitto-headerturbo-k001-toyota-vigo.html
...ของใหม่ราคาประมาณหมื่นบาท

3. ปลายท่อ Nitto (ของใหม่ 2500)

พื้นที่ จ.พะเยา / (ลำปาง อาจจะเอามาได้)
ราคา ตามตกลง
email : kongmj@outlook.com

49
คนใช้รถดีเซล หลังจากใช้รถไปนานๆ คงกังวลว่า CAT จะตัน เนื่องจากรถดีเซลมักจะมีเขม่า ควันดำ ออกมาด้วย
แม้ว่ารถดีเซลที่ผลิตออกมาในปัจจุบัน จะไม่ค่อยมีควันดำแล้ว แต่ถ้าดูที่ปลายท่อไอเสีย จะพบว่ามีเขม่าดำอยู่ทุกคัน
นอกจากนั้น รถดีเซลหลายยี่ห้อแม้จะเป็นรุ่นใหม่ ก็ยังพบว่าในจังหวะที่คนขับเร่งเครื่อง จะมีควันดำพุ่งออกมาด้วย

สำหรับท่อ CAT รถดีเซล ที่เคยทราบ ไม่กำหนดอายุใช้งาน ไม่กำหนดการดูแลอย่างใด บางท่านบอกว่ามันจะทำความสะอาดเองเมื่อร้อนถึงจุดหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นการเร่งเครื่องยนต์ ไปถึง สี่พันรอบ ขึ้นไป

สำหรับรถ วีโก้ เคยมี สมาชิก ที่ใช้ไปแสน กม. แล้วถอดออกมาถ่ายภาพให้ดู พบว่า สภาพยังสะอาดดี ใช้ต่อไปได้เรื่อยๆ
   โดยส่วนตัว เป็นรถวีโก้ 3.0 ใช้มาประมาณ 8 ปีกว่า กับระยะมากกว่า 180000 กม.
ได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับท่อ CAT  เร็วๆนี้ ดังนี้
1. ได้ถอดท่อ แคท ออก ใส่ท่อใบพัดแทน (จ่ายค่าแรง 100 บาท) ผลคือ
 - ท่อคงจะโล่งเกินไป ; อัตราเร่ง ดูจะอืดกว่าเดิม ต้องเหยียบมากขึ้น (ความเร็วปลายไม่ทราบ อาจได้มากกว่าเดิม)
 - เปลืองน้ำมันมากขึ้น ลงไปขีดแรก ไม่ถึง 370 กม. ปกติได้มากกว่านั้น [ ซึ่งก็ได้ขับเร็วกว่าปกติ (เกิน 120) ด้วย]
 - กลิ่นไอเสีย (เช็คขณะถอย แล้วลงไปทางหลังรถ) เหม็นกว่าก่อนถอด มาก
 - เมื่อเร่งเครื่อง ได้ยินเสียงหวีด (เดิมๆ ถือได้ว่าไม่ได้ยินเสียงหวีด)
 - ฟิลลิ่งเปลี่ยนจากเดิม ขับไม่ค่อยมั่นใจ

2. ท่อแคทที่ถอดออก ดูแล้วดำมาก ค่อนข้างตัน ได้ใช้สายยางต่อก๊อก ฉีดน้ำล้างกลับไปกลับมา จนน้ำออกโล่ง (เป็นสายเปล่า ใช้มือกดบีบให้ฉีดล้าง)
  สภาพหลังจากล้าง ดูแล้วสะอาด เอี่ยม หลังจากนั้นจึงเก็บผึ่งไว้
  หลังจากได้ลองใช้ท่อใบพัดแทนแคท ได้ประมาณ 600 กม. จึงถอดออก นำท่อแคทที่ล้างไว้ใส่กลับคืน งานนี้ทำเอง ด้วยประแจกรอกแกกต่อก้าน คู่กับ ประแจแหวน เบอร์14 ผลการใช้ท่อแคท ที่ล้างแล้ว ประมาณนี้
- น่าจะโล่งกว่าตอนก่อนล้าง
- ไอเสีย จางมาก กลิ่นไม่ค่อยมี ดีกว่าออกรถใหม่ๆ (อาจจะจางดีกว่าพวกเบนซินด้วยมั้ง)
- ขับมั่นใจกว่า
- ดูท่า ประหยัดน้ำมัน กว่าตอนถอด ขับเร่งไปยังไง เกจน้ำมันก็ลงช้า
- กะว่า จะถอดล้างอีกที ที่ 3 แสน กม.
เพิ่มเติม
- ท่อแคทติดรถ ทำมาดี ใส่ลงตัวกว่าท่อแทนแคท (ท่อแทนแคทซึ่งทำข้างนอก บิดเล็กน้อย)
- ท่อแคทติดรถเดิม โดยรวมสภาพภายนอกดูดี ผ่อง หน้าแปลนลงตัวมาก
- เมื่อใส่ยางใหญ่กว่าเดิม 225/70r15 ไม่ยกรถ คนไม่อ้วน มุดทำได้  เหนื่อยหน่อย (ชุดเปื้อน 1 ชุด + ทำตอนเย็น-กลางคืน ยุงเยอะ โดนกัดที่เท้าตรึม กลางวันไม่มีเวลา)
- ถ้าถอดท่อแคทออกมาล้างแล้วใส่กลับคืนเลย น่าจะทำได้ ในเวลาไม่เกินครึ่งวัน ซึ่งมักจะถอดใส่ง่ายกว่าเพราะจุดยึดลงตัวกว่า
  (ท่อแทนแคท  ตรงแท่งยางยึด ถอดยาก คิดหาวิธีอยู่ครู่ สุดท้ายใช้ฆ้อนตีออก)
 
**รถวีโก้ หรือ ฟอร์จูนเนอร์ ที่ ใช้ไบโอดีเซล (B100) แล้วเครื่องขัดข้อง ช่างในศูนย์ตรวจพบว่า หัวฉีดตัน แต่ถ้าลองเปลี่ยนหัวฉีดแล้วไม่หาย จะพบว่า CAT ตัน โดยผุ-ยุ่ย อุดตัน
หลังจากแก้ไข โดยทะลวง CAT เครื่องยนต์ก็ทำงานได้ปกติ  ซึ่งอาการนี้ รถที่ใช้ดีเซลธรรมดามักไม่ค่อยเป็น **
***รถเบนซิน เท่าที่ทราบ ไม่ค่อยมีปัญหา แคทตัน อาจมีบางรายติดแก๊ส แล้วร้อน จนท่อแคทแตก) ***


50
ผมว่า ที่เป็นกันมาก สาเหตุ หลักมาจากน้ำมัน ปนเปื้อน ยางและไขสบู่ ซึ่งหลักๆ ก็ปนมาจากไบโอดีเซล
นะครับ
ผู้ผลิตน้ำมัน พวก ปตท. บางจาก ยังไม่รู้เลย ว่า น้ำมันไบโอดีเซล จะมีปัญหา GUM เกิดขึ้นได้
ผมไปศูนย์วิจัย ปตท. ได้แนะนำให้เขาทดสอบ GUM TEST ด้วย
สาเหตุที่เกิด คราบยางเนื่องจาก มันแยกออกไปไม่หมด
..ให้นึกภาพเปรียบเทียบน้ำมันดิบที่ไม่ได้กลั่นเอายางมะตอยออก..
ไบโอดีเซล เขาผลิตโดยการกลั่นไม่ไหว จึงแยกยาง/ไขมันออกได้ไม่หมด
แม้มาตรฐานกำหนดระดับเจือปนของ GUM ไว้ แต่คงไม่ค่อยได้มาตรฐานกันหรอก
อาจไม่ได้ทดสอบคุณภาพกันอย่างต่อเนื่อง/ทุกล๊อต

หน้า: [1] 2




vigo | วีโก้ | รับทำเว็บ | Toyota revo